Monday, December 26, 2011

สาดน้ำร้อนในที่อุณหภูมิ -30c น่าทึ่ง

[[[How To]]] Blue Smokey Cat Eye เก๋ๆไปปาร์ตี้ :)


สวัสดีจ้า...แอนด์ merry x' mas เพื่อนๆห้องแป้งทุกคน ต้นคริสต์มาส

ใกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกทีแล้ว จ๊อยเลยทำ how to แต่งหน้าแบบเก๋ๆมาฝากจ้า

อยากให้เพื่อนๆสนุกกับการแต่งหน้าไป Party สังสรรค์กับเพื่อนๆใน Look

ที่ดูเปรี้ยวเข็ดฟันกันไปเลย ลองเปลี่ยนตัวเองให้มีสีสันต้อนรับปีใหม่กันหน่อยดีกว่า


 


อุปกรณ์ที่ใช้

  


เตรียมผิวหน้ากันก่อน

 



ขั้นตอนต่อมาสำคัญมาก เพราะจะช่วยทำให้หน้าดูเล็กลง! และดูมีมิติมากขึ้นด้วย
แก้ไขเมื่อ 25 ธ.ค. 54 22:20:46

 
   

ลงแป้งนิดหน่อย

 
 
\\

มาต่อกันที่ตาเลยจ้า

 
 

ต่อๆ

 
  

ต่อค่ะ




แล้วก็เขียนคิ้วเบาๆ

 

แล้วก็ปัดแก้ม ปล.รูปอาจดูมืดนิดนึงต้องขอโทษด้วยนะค่ะ

 

Highlight  &Shading อีกรอบแต่ไม่ต้องมาก

 

สุดท้ายทาปากและติดขนตาปลอม เป็นอันเสร็จ

 

มาดู finish look กันจ้า

 

finish look แบบใกล้ๆ

 

ขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตามจ้า :)

Saturday, December 17, 2011

สูตรบำรุงผิวหน้า ด้วยผลไม้

มาอีกแล้ว กับเคล็ดลับการดูแลผิวหน้าให้สวยใส ถูกใจคุณผู้หยิงทั้งหลาย วันนี้เรามีมานำเสนอทั้งหมด 4 สูตรด้วยกัน เป็นอย่างไร ไปดูกันเลย

สูตรผิวหน้าเนียนลดริ้วรอย นำ มะละกอสุกบดละเอียดประมาณ 2 ช้อนชา พอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำวันละครั้ง ผิวหน้าจะเนียนขึ้นและช่วยลดริ้วร้อย

โลชั่นน้ำผลไม้ นำ น้ำแตงกวา น้ำมะเขือเทศ น้ำมะนาว และน้ำแตงโม อย่างละ 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน จากนั้นใช้สำลีแต้มส่วนผสมเช็ดเบาๆให้ทั่วใบหน้า เพื่อช่วยสมานผิวและกระชับรูขุมขนแทนการใช้โทนเนอร์

มอยส์เจอไรเซอร์น้ำผึ้ง ใช้ น้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา อุ่นด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณครึ่งนาที จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็นแล้วทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงเช็ดออกแล้วล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ผิวหน้าเนียนนุ่มขึ้น วิธีนี้ยังช่วยกำจัดสิวหัวดำอีกด้วย

โลชั่นน้ำนมผสมเปลือกกล้วยหอม ใช้ เปลือกกล้วยหอมสุก 1 ผล ล้างให้สะอาดแล้ว หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมน้ำนมสดลงไปประมาณครึ่งถ้วย บดให้ละเอียดเข้ากัน ใช้แทน โลชั่นสำหรับผิวแห้งหรือเกรียมแดด ทั้งยังช่วยขจัดฝุ่นละออง ที่คั่งค้างอยู่ตามผิวหน้า ด้วย โลชั่นน้ำนมเปลือกกล้วยนี้สามารถเก็บใส่ขวดแช่ในตู้เย็นเก็บไว้ใช้ได้

ขั้นตอน อาจจะเยอะไปนิด แต่รับรองผลไม่แพ้ แถมยังใสไร้สิวด้วยนะ ลองทำกันดู

เลือกครีมกันแดด ไม่ได้ดูแค่ SPF สูง

 ครีมกันแดด เครื่องสำอางชิ้นสำคัญ สำหรับผิวทุกคน เลือกครีมกันแดดไม่ได้ดูแค่ SPF สูง แค่นี้ไม่พอ
       ภาวะโลกร้อน สภาพชั้นโอโซนถูกทำลาย ทำให้แสงอุลตร้าไวโอเลต ชนิดเอและบี (UVA และ UVB) ทะลุเข้าสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น ทำร้ายผิวหนังของมนุษย์เรารุนแรงมากขึ้น ถ้าเราไม่มีตัวปกป้อง ผิวพรรณที่เหี่ยวย่น และโรคมะเร็งผิวหนัง จะทำให้เราหลีกเลี่ยงได้ยาก
  ครีมกันแดด เป็นเครื่องสำอางที่ผู้คนให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น แต่ทุกคนจะมีวิธีเลือกครีมกันแดด โดยมุ่งแน้นไปที่ SPF สูง โดยคิดฝังใจว่ายิ่ง SPF สูุง ๆ ยิ่งปกป้องได้ดี แต่เป็นข้อที่ถูกเพียงบางส่วน
         SPF ( Sun Protection Factor ) คือประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กันแดด ที่จะปกป้องผิวจากรังสียูวีบี และริ้วรอยที่เกิดขึ้นจากแสงแดด ยิ่งตัวเลขสูง ยิ่งป้องกันได้ดี ผิวปกติเมื่อโดนแดดประมาณ 10 - 15 นาที จะเกิดอาการไหม้แดด
       หากค่า SPF 15 เท่ากับปกป้องได้ 15 เท่าของค่าปกติ คือ 15 X 15 = 225 นาที หรือ 3 ชั่วโมง 45 นาที ครีมกันแดดที่ค่าต่ำกว่า 15 ผิวเราแทบไม่ได้รับการปกป้องเลย ค่าที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง SPF15 - 35 ครีมกันแดดควรเลือกที่กันน้ำได้
       โดยระบุว่า Water Resistant หรือ Water Proof แต่ มีข้อควรระวังว่า ถ้าเราทาครีมกันแดดไปแล้วแม้เวลาผ่านไปไม่นาน หากเหงื่อออกแล้วคุณเ็ช็ดเหงื่อออก ครีมกันแดด แม้จะกันน้ำก็จะหลุดออกไปด้วย คุณควรลงซ้ำใหม่
         นอกจาก SPF แล้วค่าที่สำคัญอีกตัวหนึ่งคือ PA (Protection Grade of UVA) เป็น ค่าที่สำคัญอีกตัวหนึ่งที่แสดงถึงระดับการป้องกันรังสียูวีเอ ซึ่งเป็นรังสีที่ลงลึกเข้าไปใต้ผิวหนังทำลายคอลลาเจนใต้ผิว สร้างอนุมูลอิสระทำร้ายผิวได้มาก ประสิทธิภาพของการป้องกันจะระบุด้วยเครื่องหมาย + โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ PA+หมายถึงปกป้อง UVA ได้ 4 เท่า PA++ ปกป้องได้ 4 - 8 เท่า และค่าสูงสุดที่ PA+++ ปกป้องได้มากกว่า 8 เท่า
        ครีมกันแดดยังมีส่วนผสมที่แตกต่างกัน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ
1. Physical Sunscreen ผลิตภัณฑ์ กลุ่มนี้จะใช้สารสะท้อนและกันแสงออกจากผิวหนัง สารที่ใช้มีทั้ง ไททาเนียมไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) สามารถป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี ใช้แล้วไม่ค่อยเกิดอาการแพ้แต่ไม่เป็นที่นิยมเพราะทาแล้วหน้าขาวโพลนไม่เป็น ธรรมชาติและเหนียวเหนอะหนะ
2. Chemical Sunscreen เป็นกลุ่มที่ออกฤทธิ๋์ทางเคมี เมื่อทาแล้วจะไปรวมตัวกับผิวหนังชั้นนอกสุดทำให้สามารถดูดซับแสงได้ บางชนิดป้องกันได้ทั้งยูวีเอและบี บางชนิดเฉพาะรังสียูวีบี เช่น PABA ,Salicylate แต่มักมีปัญหาในเรื่องการแพ้ได้
         การเลือกครีมกันแดดมีรายละเอียดที่ควรใส่ใจหลายจุด ไม่ควรเลือกแค่ SPF ที่สูง ๆ เพราะยิ่งสูงคุณยิ่งมีโอกาสแพ้ส่วนผสมที่สำคัญในครีมกันแดดได้ และค่าที่สูงเกินไปการปกป้องก็อาจเกินความจำเป็น และอาจทำให้จ่ายแพงโดยไม่จำเป็น
       แต่ครีมกันแดด เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้หากคุณออกจากบ้านไปเจอแสงแดด ไม่ว่าจะวันที่ฟ้าครึ้ม หรือดูไร้แดด แสงยูวียังคงส่องมาทำลายผิวเราตลอดเวลา เลือกดูเลือกใช้ให้เหมาะกับคุณ

กลเม็ด โกงให้ผอม (2)

5. การเปลี่ยนพฤติกรรมและเล่นเกมกับสภาพจิตใจ
5.1 แขม่วท้อง นั่งหลังตรงยืดตัวตรงเวลาเดิน วิธีนี้ทำให้ดูผมลงได้ทันทีและทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรงขึ้นด้วยหากทำได้เป็นประจำ
5.2 อย่ายืนกิน เพราะเราจะเผลอกินอาหารบางอย่างมากเกินไปด้วยความลืมตัว
5.3 หัดยืนแบบนางงาม คือยืนหันข้างนิดๆให้ปรากฎโฉมร่างกายแค่สามส่วนสี่เท่านั้นก็พอแล้ว ไม่ใช่ยืนตรงโชว์หุ่นตึกแบบเต็มที่
5.4 กินอะไรรองท้องก่อนออกไปช้อปปิ้ง จะได้ไม่ลืมตัวกระหน่ำซื้อของกินมากเกินไปจนล้นตู้เย็นแล้วก็ต้องก้มหน้าก้ม ตากินให้หมดแบบที่เคยทำ
5.5 ลองนั่งทำเล็บมือเมื่อรู้สึกหิวแทนการเข้าครัวคว้าของใส่ปาก ทาสีเล็บหนาขึ้นอีกสักชั้น นิ้วจะสวยขึ้นแถมยังหยิบอะไรเข้าปากไม่ได้เพราะกลัวสีเลอะ
5.6 โทรไปหาเพื่อนที่คุยเก่งเวลาหิว และอย่าใช้โทรศัพท์เครื่องที่อยู่ในครัว คุยไปนานๆก็จะลืมหิวไปได้เอง
5.7 อย่ากินไปด้วยทำงานไปด้วย เพราะมันทอดหมดไปถุงโดยไม่รู้ตัว ควรมีสมาธีเมื่อกิน เมื่อจบแล้วก็คือเลิกและไปทำอย่างอื่น
5.8 พยายามยืนใกล้คนที่ตัวใหญ่กว่าเราเอาไว้ เราจะได้ดูตัวเล็กลง
5.9 แอบดูคนผอมที่อยู่ในออฟฟิศด้วยกัน แล้วสังเกตพฤติกรรมการกินของเขามาเลียนแบบบ้างสักอย่างก็ยังดี
5.10 เลือกยาอมระงับกลิ่นปากที่ใช้พกประจำเป็นแบบ "สตรองมินท์" เพราะพวกนี้มีแคลอรี่น้อยกว่าและทำให้อยากอาหารน้อยกว่าด้วย
5.11 อย่าซื้อแต่ของโปรดที่ชอบเวลาไปจ่ายของ เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นบ้าง
6. เครื่องมือช่วยให้ดูผอม
6.1 กินด้วยตะเกียบ เพื่อให้กินช้าลงและปริมาณของเข้าปากน้อยลงในแต่ละครั้งด้วย
6.2 เข้าไปถ่ายรูปในร้านแบบคอมพิวเตอร์ และขอให้เขาแต่งภาพให้คุณดูผอมเพรียวลงและเอามันมาติดไว้หน้าตู้แต่งตัว หน้าตู้เย็นและที่อื่นๆให้เต็มบ้านเลย จะได้บอกตัวเองว่าเวลาผอมลงเราสวยแค่ไหน แล้วจะได้คิดก่อนเวลาจะเปิดตู้เย็นหรือหยิบของเข้าปาก
6.3 รัดเข็มขัดให้แน่นเข้ามาอีกนิดหนึ่งก่อนมื้ออาหาร คุณจะได้คิดถึงเส้นรอบเอวก่อนตักของเข้าปาก
6.4 ซื้อชามสลัดใหญ่ๆมาเป็นอาหารประจำ จะได้ใส่ผักมากขึ้นไง
7. การเดินทาง
7.1 เวลาเข้าพักที่โรงแรม แทนที่จะขบเคี้ยวที่มินิบาร์ด้วยผลไม้สดจะดีว่ามันทอดหรือช็อคโกแลตที่ชอบหยิบกินประจำ
7.2 เลือกพักในโรงแรมที่มีห้องออกกำลังกาย สำหรับแขกที่มาพักและลงไปใช้บริการอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงที่เข้าพัก
7.3 เมื่อเข้าเช็กอินที่โรงแรม อย่าถามถึงซูเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาดอาหารกับพนักงาน แต่ให้ลองเดินหาเองรอบๆบริเวณจะได้ออกกำลังไปด้วย
7.4 ยกที่นั่งในรถเมล์ ไปให้กับคนอื่นหรือเลือกยืนแทนเพื่อจะได้เผาผลาญแคเลอรี่ได้มากกว่า
7.5 จอดรถให้ไกลจากจุดหมายที่ต้องการหรือลงจากรถเมล์ก่อนป้ายจริงสัก 1 ป้าย เพื่อจะได้เดินออกกำลังกายไปถึงที่หมาย
7.6 เมื่อเข้าพักในโรงแรมที่มีบริการอาหารเช้าหลังมื้อเช้าแล้ว ให้ติดผลไม้ขึ้นมาที่ห้องเพื่อเป็นของว่างระหว่างวัน
7.7 หิ้วกระเป๋าเอง จะได้หุ่นดีเหมือนพวกพนักงานยกกระเป๋าบ้างยังไงล่ะ พวกนี้เขาออกกำลังกายกันประจำ
8. เครื่องดื่มช่วยผอม
8.1ซื้อแก้วไวน์ใบเล็กๆจะได้ค่อยๆจิบและเพลินกับกลิ่นของมันแทนที่จะซดเอาๆจนหมดขวด
8.2 เลือกระหว่างไวน์หวานกับไวน์หลังอาหารธรรมดาๆแบบหวานจะมีแคลอรี่ถึง 185 แคลอรี่ซึ่งมากกว่าในบราวนี 1 ชิ้นเสียอีก
8.3 อย่าดื่มเครื่องดื่มที่มี "ร่ม" แต่งอยู่ด้วยจากประสบการณ์บอกว่าพวกนี้มักใช้แก้วขนาดใหญ่กว่าปกติและเราก็ จะได้แคลอรี่มากกว่าปกติด้วย
8.4 ซื้อเหล้าลิเคียวร์ราคาแพงมาดื่ม ยิ่งแพงเท่าไร คุณจะกล้าดื่มมันน้อยลงเท่านั้น
9. วันหยุดและเหตุการณ์สำคัญ
9.1 ในโอกาสเทศกาลสำคัญ หากแฟนหนุ่มต้องซื้อของขวัญเป็นเค้กหรือช็อคโกแลตชิ้นโต อ้อนให้เขาซื้อเป็นเครื่องประดับแทน
9.2 ถือแก้วเครื่องดื่มติดมือไว้ตลอดเวลาอยู่ในงานเลี้ยง จะได้ไม่หยิบอะไรชิ้นใหญ่กินนอกจากออเดิร์ฟ
9.3 เครื่องดื่มที่ช่วยกำจัดแคลอรี่ได้ดีในงานเลี้ยงคือ รัม ไดเอตโค้ก ยินและไดเอตโทนิกทั้งหลาย ซึ่งควรเลือกดื่มมากกว่าโค้กปกติหรือน้ำส้มก็ได้
9.4 ถ้าปกติคุณชอบดื่มไวน์ขาว เวลาไปงานให้เลือกไวน์แดง และทำตรงข้ามหากคุณชอบไวน์แดง วิธีนี้จะทำให้ดื่มได้น้อยลง และถ้าต้องการแคลอรี่แค่ครึ่งเดียวก็สั่งเครื่องดื่มแค่ครึ่งอขงขนาดปกติก็ พอ
    นำกลเม็ดเหล่านี้ไปปฏิบัติกันดู รับรองช่วยให้หุ่นผอมเพรียวสมใจ

10 ความเชื่อ กับการกินเพื่อลดน้ำหนัก

เพราะความเชื่อผิดๆ แท้ๆ ที่ทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่สำเร็จ แต่ต่อไปนี้สาวๆ จะไม่หลงอยู่กับความคิดผิดๆ อีก เพราะเราเอาความจริงมาตีแผ่ให้รู้กัน
1.ความเชื่อ ดื่มน้ำชาร้อนๆ ช่วยสลายไขมัน
ความจริง : ชาสมุนไพรทั่วไปมีส่วนผสมของสารโพลีฟีนอล สารนี้ช่วยละลายไขมันในเส้นเลือดได้จริงๆ แต่ไม่ได้ช่วยให้สาวๆ ผอมได้ แต่จะช่วยให้คุณไม่เป็นโรคหลอดเลือดอุดตันมากกว่า 2.ความเชื่อ การอดข้าวช่วยให้ผอมลง
ความจริง : ความเชื่อนี้ผิดมาก เพราะเมื่อเราอดอาหาร ร่างกายก็จะหิวจัด และเมื่อเราทานอาหารมื้อต่อไปร่างกายเราก็จะรีบดูดซึมน้ำตาลจากอาหารมื้อ นั้นเอาไว้มากกว่าเดิม เพื่อเตรียมรับมือกับการอดอาหารครั้งหน้า สาวๆ ที่อดข้าวจึงจะอ้วนง่ายกว่าปกติ
3.ความเชื่อ มันฝรั่งทำให้อ้วน
ความจริง : มันฝรั่งเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนซึ่งจะให้พลังงานสูง แต่ถ้าทานคู่กับผัก เส้นใยจากผักก็จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลจากมันฝรั่งช้าลง จึงไม่อ้วนอย่างที่คิดกัน 4.ความเชื่อ ขนมปังกรอบไม่ทำให้อ้วน
ความจริง : ที่จริงแล้วขนมปังกรอบนี่ล่ะคือตัวการทำให้เราอ้วนยิ่งกว่าขนมปังปอนด์เสีย อีก เพราะขนมปังกรอบมีไขมันและแคลอรีมากกว่าขนมปังปอนด์ ขนมปังกรอบ 5 ชิ้น มีแคลอรีถึง 200 กิโลแคลอรี แถมเวลากินขนมปังกรอบเรามักจะเคี้ยวเพลินจนเผลอกินเข้าไปไม่ต่ำกว่าสิบชิ้น ลองดูสิว่ามันน่ะกี่แคลอรี่
5.ความเชื่อ ขนมปังขาวทำให้อ้วนเพราะมีแคลอรีสูงกว่าขนมปังโฮลวีต
ความจริง : ที่จริงไม่ว่าจะขนมปังขาวหรือโฮทวีตก็มีแคลอรีใกล้เคียงกัน แต่ขนมปังโฮลวีตจะมีเส้นใจอาหารมากกว่า ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงาน น้ำหนักตัวของเราจึงลดลงมากกว่าการกินขนมปังขาว ที่สำคัญในขนมปังโฮลวีตมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากกว่าขนมปังขาวอย่าง เทียบกันไม่ได้เลย 6.ความเชื่อ ดื่มน้ำมากๆ ช่วยให้น้ำหนักลด
ความจริง : การดื่มน้ำก่อนทานข้าวไม่ได้ช่วยให้น้ำหนักลด แต่จะช่วยให้คุณอิ่มจนทานอาหารได้น้อยลง และการดื่มน้ำก็ช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราขับน้ำและของเสียในร่างกายออกมา น้ำหนักที่หายไปก็คือน้ำหนักของน้ำกับของเสียในพังเรานี่เอง 7.ความเชื่อ ครีมข้นมีแคลอรีมากกว่าครีมแบบใส
ความจริง : ไม่ว่าจะเป็นครีมข้นหรือครีมใส จะมีจำนวนไขมันเท่ากันคือ 30% 8.ความเชื่อ ถ้าเลิกกินหมูจะทำให้น้ำหนักลด
ความจริง : ที่จริงเนื้อหมูส่วนที่เอามาทำอาหารจะมีไขมันเพียงแค่ 7% เท่านั้น สาวๆ จึงกินได้อย่างสบายใจไม่ต้องห่วงเรื่องอ้วน แต่ผลิตภัณฑ์จากหมูที่จะทำให้คุณอ้วนจริงๆ น่ะมันคือหมูติดมัน เบคอน แฮม ไส้กรอกมากกว่า เพราะของพวกนี้จะทำมาจากเศษเนื้อกับมันหมูล้วนๆ 9.ความเชื่อ อยากลดความอ้วนต้องทานผลไม้
ความจริง : ถ้าคุณทานผลไม้อย่างเดียวโดยไม่ทานอาหารมื้อหลัก ไม่ว่าจะกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงแค่ไหนยังไงก็ต้องผอม แต่ถ้ายังกินอาหารหลักอยู่ก็ควรเลือกทานผลไม้ที่มีน้ำตาลไม่สูงมาก ไม่อย่างนั้นน้ำตาลจากผลไม้ก็ทำให้เราอ้วนได้เหมือนกัน 10.ความเชื่อ น้ำมันมะกอกมีแคลอรีน้อยกว่าน้ำมันถั่วลิสง
ความจริง : ไม่ว่าจะน้ำมันชนิดไหนก็มีไขมัน 100% เท่ากันหมด แต่ที่แตกต่างกันก็คือน้ำมันมะกอกสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระ จึงเข้าไปสลายไขมันในหลอดเลือดได้ ซึ่งอันนี้น้ำมันถั่วลิสงยังทำไม่ได้

Monday, December 12, 2011

วันหนึ่งที่ “พ่อ” ต้องปล่อยหนูไป

ตอนที่หนูเป็นเด็ก
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...ถ้าหนูก้มเอาหน้าผากแตะพื้น
แปลว่าช้อนเมื้อกี้เป็นช้อนสุดท้าย แล้วหนูจะไม่หม่ำอีกเด็ดขาด
ไม่ว่าพ่อจะมาไม้ไหนก็ตาม

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...ตอนนี้พจนานุกรมหนูมี 3 คำนี้
มี้อาว แปลว่า ไม่เอา
มะ แปลว่า แม่
จิ แปลว่า ฉี่
(ซึ่งบางครั้งพ่อก็ต้องเดาเอาว่า จะฉี่ หรือ ฉี่ไปแล้วจงไปตามเช็ดด้วย)

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...วันที่พ่อกลับเร็วนั้น
มีความหมายกับหนูแค่ไหน
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...หนูกินไม่เลือกเหมือนพ่อนั่นแหละ

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...อย่ารัดจุกหนูกลางหัว
เพราะเวลาหนูคันหัวหนูจะเกาจนมันหลุด ให้รัดค่อนมาทางหน้าผาก

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...ถ้าหนูมาเกาะขาแล้วชี้ไปที่ไหน
แปลว่า สิ่งนั้นมันทำให้หนูเจ็บหรือไม่ชอบใจ
(ซึ่งบางทีหนูก็เกาะขาแม่แล้วชี้มาที่พ่อ)

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...ถ้าหนูยังไม่หลับ
อย่าหวังว่าใครในบ้านจะได้หลับ (อย่างเป็นสุข)

เด็กดีดอทคอม :: วันหนึ่งที่ “พ่อ” ต้องปล่อยหนูไป
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...การจัดบ้านให้เป็นระเบียบนั้น
เป็นการเสียเวลาและพลังงานโดยเปล่าประโยชน์

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...เมื่อหนูตื่นมากลางดึก
ถ้าพ่อตบก้นหนูเบาๆ แล้วหนูยังไม่หลับต่อ
แปลว่าหนูหิวน้ำ จงเอาขวดน้ำมาใส่ปากหนูซะดีๆ
ไม่งั้นพ่อไม่ได้หลับต่อแน่ๆ

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...ราคาของผ้าอ้อมสำเร็จรูป
ไม่มีความสัมพันธ์ต่อจำนวนครั้งที่หนูจะตื่นมากลางดึก

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...อย่าลืมปล่อยหนูเล่นน้ำนานเกิน 10 นาที
เพราะหนูจะเป็นหวัด แล้วคนที่เดือดร้อนก็พ่อนั้นแหละ

หนูสอนให้พ่อรู้ว่าถ้าหนูนอนไม่หลับ
ให้เอามือหนูมาแปะไว้ที่หน้าพ่อแล้วหนูจะหลับได้ง่ายขึ้น
(แต่ตอนตื่นมักจะกลายเป็นเท้าหนูเวียนมาอยู่บนหน้าพ่อแทนอยู่ร่ำไป)

หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...
แล้ววันหนึ่งที่ความรักของพ่อ
ถูกมองว่าน้อยกว่าความรักผู้ชายอีกคนหนึ่ง

คำพร่ำเตือนสอนสั่งของพ่อ...
เสียงดังน้อยกว่าคำออดอ้อนของผู้ชายคนนั้น

ความห่วงใยของพ่อ...
มีค่าน้อยกว่าที่จะปฏิเสธคำขอผู้ชายคนนั้น

อ้อมกอดของพ่อ...
ดูเหมือนจะอบอุ่นน้อยไปกว่าอ้อมกอดของผู้ชายคนนั้น

พ่อหวังแค่เพียงว่า ...
ผู้ชายคนนั้นจะรักและทนุถนอมหนูได้เพียงครึ่งที่พ่อรักหนู