Monday, December 26, 2011
[[[How To]]] Blue Smokey Cat Eye เก๋ๆไปปาร์ตี้ :)
สวัสดีจ้า...แอนด์ merry x' mas เพื่อนๆห้องแป้งทุกคน
ใกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกทีแล้ว จ๊อยเลยทำ how to แต่งหน้าแบบเก๋ๆมาฝากจ้า
อยากให้เพื่อนๆสนุกกับการแต่งหน้าไป Party สังสรรค์กับเพื่อนๆใน Look
ที่ดูเปรี้ยวเข็ดฟันกันไปเลย ลองเปลี่ยนตัวเองให้มีสีสันต้อนรับปีใหม่กันหน่อยดีกว่า
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
Saturday, December 17, 2011
สูตรบำรุงผิวหน้า ด้วยผลไม้
มาอีกแล้ว กับเคล็ดลับการดูแลผิวหน้าให้สวยใส ถูกใจคุณผู้หยิงทั้งหลาย วันนี้เรามีมานำเสนอทั้งหมด 4 สูตรด้วยกัน เป็นอย่างไร ไปดูกันเลย
สูตรผิวหน้าเนียนลดริ้วรอย นำ มะละกอสุกบดละเอียดประมาณ 2 ช้อนชา พอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำวันละครั้ง ผิวหน้าจะเนียนขึ้นและช่วยลดริ้วร้อย
โลชั่นน้ำผลไม้ นำ น้ำแตงกวา น้ำมะเขือเทศ น้ำมะนาว และน้ำแตงโม อย่างละ 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน จากนั้นใช้สำลีแต้มส่วนผสมเช็ดเบาๆให้ทั่วใบหน้า เพื่อช่วยสมานผิวและกระชับรูขุมขนแทนการใช้โทนเนอร์
มอยส์เจอไรเซอร์น้ำผึ้ง ใช้ น้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา อุ่นด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณครึ่งนาที จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็นแล้วทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงเช็ดออกแล้วล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ผิวหน้าเนียนนุ่มขึ้น วิธีนี้ยังช่วยกำจัดสิวหัวดำอีกด้วย
โลชั่นน้ำนมผสมเปลือกกล้วยหอม ใช้ เปลือกกล้วยหอมสุก 1 ผล ล้างให้สะอาดแล้ว หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมน้ำนมสดลงไปประมาณครึ่งถ้วย บดให้ละเอียดเข้ากัน ใช้แทน โลชั่นสำหรับผิวแห้งหรือเกรียมแดด ทั้งยังช่วยขจัดฝุ่นละออง ที่คั่งค้างอยู่ตามผิวหน้า ด้วย โลชั่นน้ำนมเปลือกกล้วยนี้สามารถเก็บใส่ขวดแช่ในตู้เย็นเก็บไว้ใช้ได้
ขั้นตอน อาจจะเยอะไปนิด แต่รับรองผลไม่แพ้ แถมยังใสไร้สิวด้วยนะ ลองทำกันดู
สูตรผิวหน้าเนียนลดริ้วรอย นำ มะละกอสุกบดละเอียดประมาณ 2 ช้อนชา พอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำวันละครั้ง ผิวหน้าจะเนียนขึ้นและช่วยลดริ้วร้อย
โลชั่นน้ำผลไม้ นำ น้ำแตงกวา น้ำมะเขือเทศ น้ำมะนาว และน้ำแตงโม อย่างละ 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน จากนั้นใช้สำลีแต้มส่วนผสมเช็ดเบาๆให้ทั่วใบหน้า เพื่อช่วยสมานผิวและกระชับรูขุมขนแทนการใช้โทนเนอร์
มอยส์เจอไรเซอร์น้ำผึ้ง ใช้ น้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา อุ่นด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณครึ่งนาที จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็นแล้วทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงเช็ดออกแล้วล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ผิวหน้าเนียนนุ่มขึ้น วิธีนี้ยังช่วยกำจัดสิวหัวดำอีกด้วย
โลชั่นน้ำนมผสมเปลือกกล้วยหอม ใช้ เปลือกกล้วยหอมสุก 1 ผล ล้างให้สะอาดแล้ว หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมน้ำนมสดลงไปประมาณครึ่งถ้วย บดให้ละเอียดเข้ากัน ใช้แทน โลชั่นสำหรับผิวแห้งหรือเกรียมแดด ทั้งยังช่วยขจัดฝุ่นละออง ที่คั่งค้างอยู่ตามผิวหน้า ด้วย โลชั่นน้ำนมเปลือกกล้วยนี้สามารถเก็บใส่ขวดแช่ในตู้เย็นเก็บไว้ใช้ได้
ขั้นตอน อาจจะเยอะไปนิด แต่รับรองผลไม่แพ้ แถมยังใสไร้สิวด้วยนะ ลองทำกันดู
เลือกครีมกันแดด ไม่ได้ดูแค่ SPF สูง
| ครีมกันแดด เครื่องสำอางชิ้นสำคัญ สำหรับผิวทุกคน เลือกครีมกันแดดไม่ได้ดูแค่ SPF สูง แค่นี้ไม่พอ ภาวะโลกร้อน สภาพชั้นโอโซนถูกทำลาย ทำให้แสงอุลตร้าไวโอเลต ชนิดเอและบี (UVA และ UVB) ทะลุเข้าสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น ทำร้ายผิวหนังของมนุษย์เรารุนแรงมากขึ้น ถ้าเราไม่มีตัวปกป้อง ผิวพรรณที่เหี่ยวย่น และโรคมะเร็งผิวหนัง จะทำให้เราหลีกเลี่ยงได้ยาก ครีมกันแดด เป็นเครื่องสำอางที่ผู้คนให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น แต่ทุกคนจะมีวิธีเลือกครีมกันแดด โดยมุ่งแน้นไปที่ SPF สูง โดยคิดฝังใจว่ายิ่ง SPF สูุง ๆ ยิ่งปกป้องได้ดี แต่เป็นข้อที่ถูกเพียงบางส่วน | ||
| SPF ( Sun Protection Factor ) คือประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กันแดด ที่จะปกป้องผิวจากรังสียูวีบี และริ้วรอยที่เกิดขึ้นจากแสงแดด ยิ่งตัวเลขสูง ยิ่งป้องกันได้ดี ผิวปกติเมื่อโดนแดดประมาณ 10 - 15 นาที จะเกิดอาการไหม้แดด หากค่า SPF 15 เท่ากับปกป้องได้ 15 เท่าของค่าปกติ คือ 15 X 15 = 225 นาที หรือ 3 ชั่วโมง 45 นาที ครีมกันแดดที่ค่าต่ำกว่า 15 ผิวเราแทบไม่ได้รับการปกป้องเลย ค่าที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง SPF15 - 35 ครีมกันแดดควรเลือกที่กันน้ำได้ โดยระบุว่า Water Resistant หรือ Water Proof แต่ มีข้อควรระวังว่า ถ้าเราทาครีมกันแดดไปแล้วแม้เวลาผ่านไปไม่นาน หากเหงื่อออกแล้วคุณเ็ช็ดเหงื่อออก ครีมกันแดด แม้จะกันน้ำก็จะหลุดออกไปด้วย คุณควรลงซ้ำใหม่ | ||
| นอกจาก SPF แล้วค่าที่สำคัญอีกตัวหนึ่งคือ PA (Protection Grade of UVA) เป็น ค่าที่สำคัญอีกตัวหนึ่งที่แสดงถึงระดับการป้องกันรังสียูวีเอ ซึ่งเป็นรังสีที่ลงลึกเข้าไปใต้ผิวหนังทำลายคอลลาเจนใต้ผิว สร้างอนุมูลอิสระทำร้ายผิวได้มาก ประสิทธิภาพของการป้องกันจะระบุด้วยเครื่องหมาย + โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ PA+หมายถึงปกป้อง UVA ได้ 4 เท่า PA++ ปกป้องได้ 4 - 8 เท่า และค่าสูงสุดที่ PA+++ ปกป้องได้มากกว่า 8 เท่า ครีมกันแดดยังมีส่วนผสมที่แตกต่างกัน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ | ||
| 1. Physical Sunscreen ผลิตภัณฑ์ กลุ่มนี้จะใช้สารสะท้อนและกันแสงออกจากผิวหนัง สารที่ใช้มีทั้ง ไททาเนียมไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) สามารถป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี ใช้แล้วไม่ค่อยเกิดอาการแพ้แต่ไม่เป็นที่นิยมเพราะทาแล้วหน้าขาวโพลนไม่เป็น ธรรมชาติและเหนียวเหนอะหนะ 2. Chemical Sunscreen เป็นกลุ่มที่ออกฤทธิ๋์ทางเคมี เมื่อทาแล้วจะไปรวมตัวกับผิวหนังชั้นนอกสุดทำให้สามารถดูดซับแสงได้ บางชนิดป้องกันได้ทั้งยูวีเอและบี บางชนิดเฉพาะรังสียูวีบี เช่น PABA ,Salicylate แต่มักมีปัญหาในเรื่องการแพ้ได้ การเลือกครีมกันแดดมีรายละเอียดที่ควรใส่ใจหลายจุด ไม่ควรเลือกแค่ SPF ที่สูง ๆ เพราะยิ่งสูงคุณยิ่งมีโอกาสแพ้ส่วนผสมที่สำคัญในครีมกันแดดได้ และค่าที่สูงเกินไปการปกป้องก็อาจเกินความจำเป็น และอาจทำให้จ่ายแพงโดยไม่จำเป็น แต่ครีมกันแดด เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้หากคุณออกจากบ้านไปเจอแสงแดด ไม่ว่าจะวันที่ฟ้าครึ้ม หรือดูไร้แดด แสงยูวียังคงส่องมาทำลายผิวเราตลอดเวลา เลือกดูเลือกใช้ให้เหมาะกับคุณ | ||
กลเม็ด โกงให้ผอม (2)
| 5. การเปลี่ยนพฤติกรรมและเล่นเกมกับสภาพจิตใจ 5.1 แขม่วท้อง นั่งหลังตรงยืดตัวตรงเวลาเดิน วิธีนี้ทำให้ดูผมลงได้ทันทีและทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรงขึ้นด้วยหากทำได้เป็นประจำ 5.2 อย่ายืนกิน เพราะเราจะเผลอกินอาหารบางอย่างมากเกินไปด้วยความลืมตัว 5.3 หัดยืนแบบนางงาม คือยืนหันข้างนิดๆให้ปรากฎโฉมร่างกายแค่สามส่วนสี่เท่านั้นก็พอแล้ว ไม่ใช่ยืนตรงโชว์หุ่นตึกแบบเต็มที่ | |
| 5.4 กินอะไรรองท้องก่อนออกไปช้อปปิ้ง จะได้ไม่ลืมตัวกระหน่ำซื้อของกินมากเกินไปจนล้นตู้เย็นแล้วก็ต้องก้มหน้าก้ม ตากินให้หมดแบบที่เคยทำ 5.5 ลองนั่งทำเล็บมือเมื่อรู้สึกหิวแทนการเข้าครัวคว้าของใส่ปาก ทาสีเล็บหนาขึ้นอีกสักชั้น นิ้วจะสวยขึ้นแถมยังหยิบอะไรเข้าปากไม่ได้เพราะกลัวสีเลอะ 5.6 โทรไปหาเพื่อนที่คุยเก่งเวลาหิว และอย่าใช้โทรศัพท์เครื่องที่อยู่ในครัว คุยไปนานๆก็จะลืมหิวไปได้เอง 5.7 อย่ากินไปด้วยทำงานไปด้วย เพราะมันทอดหมดไปถุงโดยไม่รู้ตัว ควรมีสมาธีเมื่อกิน เมื่อจบแล้วก็คือเลิกและไปทำอย่างอื่น 5.8 พยายามยืนใกล้คนที่ตัวใหญ่กว่าเราเอาไว้ เราจะได้ดูตัวเล็กลง 5.9 แอบดูคนผอมที่อยู่ในออฟฟิศด้วยกัน แล้วสังเกตพฤติกรรมการกินของเขามาเลียนแบบบ้างสักอย่างก็ยังดี 5.10 เลือกยาอมระงับกลิ่นปากที่ใช้พกประจำเป็นแบบ "สตรองมินท์" เพราะพวกนี้มีแคลอรี่น้อยกว่าและทำให้อยากอาหารน้อยกว่าด้วย 5.11 อย่าซื้อแต่ของโปรดที่ชอบเวลาไปจ่ายของ เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นบ้าง | |
| 6. เครื่องมือช่วยให้ดูผอม 6.1 กินด้วยตะเกียบ เพื่อให้กินช้าลงและปริมาณของเข้าปากน้อยลงในแต่ละครั้งด้วย 6.2 เข้าไปถ่ายรูปในร้านแบบคอมพิวเตอร์ และขอให้เขาแต่งภาพให้คุณดูผอมเพรียวลงและเอามันมาติดไว้หน้าตู้แต่งตัว หน้าตู้เย็นและที่อื่นๆให้เต็มบ้านเลย จะได้บอกตัวเองว่าเวลาผอมลงเราสวยแค่ไหน แล้วจะได้คิดก่อนเวลาจะเปิดตู้เย็นหรือหยิบของเข้าปาก 6.3 รัดเข็มขัดให้แน่นเข้ามาอีกนิดหนึ่งก่อนมื้ออาหาร คุณจะได้คิดถึงเส้นรอบเอวก่อนตักของเข้าปาก | |
| 6.4 ซื้อชามสลัดใหญ่ๆมาเป็นอาหารประจำ จะได้ใส่ผักมากขึ้นไง 7. การเดินทาง 7.1 เวลาเข้าพักที่โรงแรม แทนที่จะขบเคี้ยวที่มินิบาร์ด้วยผลไม้สดจะดีว่ามันทอดหรือช็อคโกแลตที่ชอบหยิบกินประจำ 7.2 เลือกพักในโรงแรมที่มีห้องออกกำลังกาย สำหรับแขกที่มาพักและลงไปใช้บริการอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงที่เข้าพัก 7.3 เมื่อเข้าเช็กอินที่โรงแรม อย่าถามถึงซูเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาดอาหารกับพนักงาน แต่ให้ลองเดินหาเองรอบๆบริเวณจะได้ออกกำลังไปด้วย 7.4 ยกที่นั่งในรถเมล์ ไปให้กับคนอื่นหรือเลือกยืนแทนเพื่อจะได้เผาผลาญแคเลอรี่ได้มากกว่า 7.5 จอดรถให้ไกลจากจุดหมายที่ต้องการหรือลงจากรถเมล์ก่อนป้ายจริงสัก 1 ป้าย เพื่อจะได้เดินออกกำลังกายไปถึงที่หมาย 7.6 เมื่อเข้าพักในโรงแรมที่มีบริการอาหารเช้าหลังมื้อเช้าแล้ว ให้ติดผลไม้ขึ้นมาที่ห้องเพื่อเป็นของว่างระหว่างวัน 7.7 หิ้วกระเป๋าเอง จะได้หุ่นดีเหมือนพวกพนักงานยกกระเป๋าบ้างยังไงล่ะ พวกนี้เขาออกกำลังกายกันประจำ 8. เครื่องดื่มช่วยผอม 8.1ซื้อแก้วไวน์ใบเล็กๆจะได้ค่อยๆจิบและเพลินกับกลิ่นของมันแทนที่จะซดเอาๆจนหมดขวด 8.2 เลือกระหว่างไวน์หวานกับไวน์หลังอาหารธรรมดาๆแบบหวานจะมีแคลอรี่ถึง 185 แคลอรี่ซึ่งมากกว่าในบราวนี 1 ชิ้นเสียอีก 8.3 อย่าดื่มเครื่องดื่มที่มี "ร่ม" แต่งอยู่ด้วยจากประสบการณ์บอกว่าพวกนี้มักใช้แก้วขนาดใหญ่กว่าปกติและเราก็ จะได้แคลอรี่มากกว่าปกติด้วย 8.4 ซื้อเหล้าลิเคียวร์ราคาแพงมาดื่ม ยิ่งแพงเท่าไร คุณจะกล้าดื่มมันน้อยลงเท่านั้น 9. วันหยุดและเหตุการณ์สำคัญ 9.1 ในโอกาสเทศกาลสำคัญ หากแฟนหนุ่มต้องซื้อของขวัญเป็นเค้กหรือช็อคโกแลตชิ้นโต อ้อนให้เขาซื้อเป็นเครื่องประดับแทน 9.2 ถือแก้วเครื่องดื่มติดมือไว้ตลอดเวลาอยู่ในงานเลี้ยง จะได้ไม่หยิบอะไรชิ้นใหญ่กินนอกจากออเดิร์ฟ 9.3 เครื่องดื่มที่ช่วยกำจัดแคลอรี่ได้ดีในงานเลี้ยงคือ รัม ไดเอตโค้ก ยินและไดเอตโทนิกทั้งหลาย ซึ่งควรเลือกดื่มมากกว่าโค้กปกติหรือน้ำส้มก็ได้ 9.4 ถ้าปกติคุณชอบดื่มไวน์ขาว เวลาไปงานให้เลือกไวน์แดง และทำตรงข้ามหากคุณชอบไวน์แดง วิธีนี้จะทำให้ดื่มได้น้อยลง และถ้าต้องการแคลอรี่แค่ครึ่งเดียวก็สั่งเครื่องดื่มแค่ครึ่งอขงขนาดปกติก็ พอ นำกลเม็ดเหล่านี้ไปปฏิบัติกันดู รับรองช่วยให้หุ่นผอมเพรียวสมใจ | |
10 ความเชื่อ กับการกินเพื่อลดน้ำหนัก
| เพราะความเชื่อผิดๆ แท้ๆ ที่ทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่สำเร็จ แต่ต่อไปนี้สาวๆ จะไม่หลงอยู่กับความคิดผิดๆ อีก เพราะเราเอาความจริงมาตีแผ่ให้รู้กัน 1.ความเชื่อ ดื่มน้ำชาร้อนๆ ช่วยสลายไขมัน ความจริง : ชาสมุนไพรทั่วไปมีส่วนผสมของสารโพลีฟีนอล สารนี้ช่วยละลายไขมันในเส้นเลือดได้จริงๆ แต่ไม่ได้ช่วยให้สาวๆ ผอมได้ แต่จะช่วยให้คุณไม่เป็นโรคหลอดเลือดอุดตันมากกว่า 2.ความเชื่อ การอดข้าวช่วยให้ผอมลง ความจริง : ความเชื่อนี้ผิดมาก เพราะเมื่อเราอดอาหาร ร่างกายก็จะหิวจัด และเมื่อเราทานอาหารมื้อต่อไปร่างกายเราก็จะรีบดูดซึมน้ำตาลจากอาหารมื้อ นั้นเอาไว้มากกว่าเดิม เพื่อเตรียมรับมือกับการอดอาหารครั้งหน้า สาวๆ ที่อดข้าวจึงจะอ้วนง่ายกว่าปกติ | ||
| 3.ความเชื่อ มันฝรั่งทำให้อ้วน ความจริง : มันฝรั่งเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนซึ่งจะให้พลังงานสูง แต่ถ้าทานคู่กับผัก เส้นใยจากผักก็จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลจากมันฝรั่งช้าลง จึงไม่อ้วนอย่างที่คิดกัน 4.ความเชื่อ ขนมปังกรอบไม่ทำให้อ้วน ความจริง : ที่จริงแล้วขนมปังกรอบนี่ล่ะคือตัวการทำให้เราอ้วนยิ่งกว่าขนมปังปอนด์เสีย อีก เพราะขนมปังกรอบมีไขมันและแคลอรีมากกว่าขนมปังปอนด์ ขนมปังกรอบ 5 ชิ้น มีแคลอรีถึง 200 กิโลแคลอรี แถมเวลากินขนมปังกรอบเรามักจะเคี้ยวเพลินจนเผลอกินเข้าไปไม่ต่ำกว่าสิบชิ้น ลองดูสิว่ามันน่ะกี่แคลอรี่ | ||
| 5.ความเชื่อ ขนมปังขาวทำให้อ้วนเพราะมีแคลอรีสูงกว่าขนมปังโฮลวีต ความจริง : ที่จริงไม่ว่าจะขนมปังขาวหรือโฮทวีตก็มีแคลอรีใกล้เคียงกัน แต่ขนมปังโฮลวีตจะมีเส้นใจอาหารมากกว่า ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงาน น้ำหนักตัวของเราจึงลดลงมากกว่าการกินขนมปังขาว ที่สำคัญในขนมปังโฮลวีตมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากกว่าขนมปังขาวอย่าง เทียบกันไม่ได้เลย 6.ความเชื่อ ดื่มน้ำมากๆ ช่วยให้น้ำหนักลด ความจริง : การดื่มน้ำก่อนทานข้าวไม่ได้ช่วยให้น้ำหนักลด แต่จะช่วยให้คุณอิ่มจนทานอาหารได้น้อยลง และการดื่มน้ำก็ช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราขับน้ำและของเสียในร่างกายออกมา น้ำหนักที่หายไปก็คือน้ำหนักของน้ำกับของเสียในพังเรานี่เอง 7.ความเชื่อ ครีมข้นมีแคลอรีมากกว่าครีมแบบใส ความจริง : ไม่ว่าจะเป็นครีมข้นหรือครีมใส จะมีจำนวนไขมันเท่ากันคือ 30% 8.ความเชื่อ ถ้าเลิกกินหมูจะทำให้น้ำหนักลด ความจริง : ที่จริงเนื้อหมูส่วนที่เอามาทำอาหารจะมีไขมันเพียงแค่ 7% เท่านั้น สาวๆ จึงกินได้อย่างสบายใจไม่ต้องห่วงเรื่องอ้วน แต่ผลิตภัณฑ์จากหมูที่จะทำให้คุณอ้วนจริงๆ น่ะมันคือหมูติดมัน เบคอน แฮม ไส้กรอกมากกว่า เพราะของพวกนี้จะทำมาจากเศษเนื้อกับมันหมูล้วนๆ 9.ความเชื่อ อยากลดความอ้วนต้องทานผลไม้ ความจริง : ถ้าคุณทานผลไม้อย่างเดียวโดยไม่ทานอาหารมื้อหลัก ไม่ว่าจะกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงแค่ไหนยังไงก็ต้องผอม แต่ถ้ายังกินอาหารหลักอยู่ก็ควรเลือกทานผลไม้ที่มีน้ำตาลไม่สูงมาก ไม่อย่างนั้นน้ำตาลจากผลไม้ก็ทำให้เราอ้วนได้เหมือนกัน 10.ความเชื่อ น้ำมันมะกอกมีแคลอรีน้อยกว่าน้ำมันถั่วลิสง ความจริง : ไม่ว่าจะน้ำมันชนิดไหนก็มีไขมัน 100% เท่ากันหมด แต่ที่แตกต่างกันก็คือน้ำมันมะกอกสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระ จึงเข้าไปสลายไขมันในหลอดเลือดได้ ซึ่งอันนี้น้ำมันถั่วลิสงยังทำไม่ได้ | ||
Monday, December 12, 2011
วันหนึ่งที่ “พ่อ” ต้องปล่อยหนูไป
ตอนที่หนูเป็นเด็กหนูสอนให้พ่อรู้ว่า...ถ้าหนูก้มเอาหน้าผากแตะพื้นแปลว่าช้อนเมื้อกี้เป็นช้อนสุดท้าย แล้วหนูจะไม่หม่ำอีกเด็ดขาดไม่ว่าพ่อจะมาไม้ไหนก็ตาม
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...ตอนนี้พจนานุกรมหนูมี 3 คำนี้มี้อาว แปลว่า ไม่เอามะ แปลว่า แม่จิ แปลว่า ฉี่(ซึ่งบางครั้งพ่อก็ต้องเดาเอาว่า จะฉี่ หรือ ฉี่ไปแล้วจงไปตามเช็ดด้วย)
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...วันที่พ่อกลับเร็วนั้นมีความหมายกับหนูแค่ไหนหนูสอนให้พ่อรู้ว่า...หนูกินไม่เลือกเหมือนพ่อนั่นแหละ
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...อย่ารัดจุกหนูกลางหัวเพราะเวลาหนูคันหัวหนูจะเกาจนมันหลุด ให้รัดค่อนมาทางหน้าผาก
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...ถ้าหนูมาเกาะขาแล้วชี้ไปที่ไหนแปลว่า สิ่งนั้นมันทำให้หนูเจ็บหรือไม่ชอบใจ(ซึ่งบางทีหนูก็เกาะขาแม่แล้วชี้มาที่พ่อ)
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...ถ้าหนูยังไม่หลับอย่าหวังว่าใครในบ้านจะได้หลับ (อย่างเป็นสุข)
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...การจัดบ้านให้เป็นระเบียบนั้นเป็นการเสียเวลาและพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...เมื่อหนูตื่นมากลางดึกถ้าพ่อตบก้นหนูเบาๆ แล้วหนูยังไม่หลับต่อแปลว่าหนูหิวน้ำ จงเอาขวดน้ำมาใส่ปากหนูซะดีๆไม่งั้นพ่อไม่ได้หลับต่อแน่ๆ
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...ราคาของผ้าอ้อมสำเร็จรูปไม่มีความสัมพันธ์ต่อจำนวนครั้งที่หนูจะตื่นมากลางดึก
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...อย่าลืมปล่อยหนูเล่นน้ำนานเกิน 10 นาทีเพราะหนูจะเป็นหวัด แล้วคนที่เดือดร้อนก็พ่อนั้นแหละ
หนูสอนให้พ่อรู้ว่าถ้าหนูนอนไม่หลับให้เอามือหนูมาแปะไว้ที่หน้าพ่อแล้วหนูจะหลับได้ง่ายขึ้น(แต่ตอนตื่นมักจะกลายเป็นเท้าหนูเวียนมาอยู่บนหน้าพ่อแทนอยู่ร่ำไป)
หนูสอนให้พ่อรู้ว่า...แล้ววันหนึ่งที่ความรักของพ่อถูกมองว่าน้อยกว่าความรักผู้ชายอีกคนหนึ่ง
คำพร่ำเตือนสอนสั่งของพ่อ...เสียงดังน้อยกว่าคำออดอ้อนของผู้ชายคนนั้น
ความห่วงใยของพ่อ...มีค่าน้อยกว่าที่จะปฏิเสธคำขอผู้ชายคนนั้น
อ้อมกอดของพ่อ...ดูเหมือนจะอบอุ่นน้อยไปกว่าอ้อมกอดของผู้ชายคนนั้น
พ่อหวังแค่เพียงว่า ...ผู้ชายคนนั้นจะรักและทนุถนอมหนูได้เพียงครึ่งที่พ่อรักหนู
Subscribe to:
Posts (Atom)