Friday, September 2, 2011

Review ขั้นตอนการสั่งสินค้าจาก Coastal Scents โดยตรงอย่างละเอียด

สืบเนื่องจากกระทู้ที่จ๋าเคยมาตั้งไว้ ตอนนี้ได้ของแล้วนะคะ และตามที่บอกไว้ว่าถ้าได้ของเมื่อไหร่จะมารีวิวขั้นตอนการสั่งอย่างละเอียด (ที่สุดเท่าที่จะจำได้ ^_^)
วิธีการสั่งเครื่องสำอางจากเว็บ coastalscents ก็ไม่ยากนะคะ ก็เหมือนตอนสั่งสินค้าออนไลน์ในประเทศเรา ทำตามขั้นตอนไปเรื่อย ๆ เพราะจ๋าเองก็ไม่เคยสั่งเหมือนกัน นี่เป็นครั้งแรก ทำตามขั้นตอนไปใจก็เต้นแรงกลัวจะผิด 555
ไม่พูดมากแล้วไปดูขั้นตอนพร้อมภาพประกอบเลยดีกว่าค่ะ
ปล.ราคาของบวกค่าส่งประมาณ 8xx บาทนะคะ ไม่แน่ใจเพราะบิลค่าบัตรยังไม่มาเลยค่ะ 


ก่อนรีวิวขอ ขอบคุณคุณ SpiderYves ที่ช่วยตอบคำถามกระทู้เก่าจนถึงดึกดื่นนะคะ ^__^

เริ่มเลยดีกว่า
เข้าไปที่เว็บไซต์ www.coastalscents.com เข้าไปที่ Your Account เพื่อสมัครสมาชิกค่ะ 


กรอก Email ของเรา และกำหนดรหัสพาสเวิร์ดไว้ใช้กับเว็บ coastalscents เวลาเข้ามาใช้หลังจากนี้ค่ะ จากนั้นก็ continue



เมื่อสมัครสมาชิกเสร็จแล้วก็ถึงเวลาช็อป ด้านซ้ายของเว็บจะเป็นเมนูซึ่งแบ่งเป็นหมวดไว้ ถ้าเราต้องการสั่ง palette ก็ไปที่ Finished  Makeup Palettes ในตัวอย่างจ๋าเลือก prism palette นะคะ ก็คลิ๊กที่ตัวที่เราต้องการได้เลยค่ะ


จากนั้นก็ Add to Cart ค่ะ 



ทางเว็บไซต์จะขึ้นสรุปสิ่งที่เราสั่ง(และของแถม) ซึ่งตามภาพจะเห็น prism palette และ baby kabuki brush พร้อมราคาค่ะ จากนั้นเราก็กรอกข้อมูลที่
เบอร์ 1 คือรหัสไปรษณีย์ของบ้านที่เราต้องการให้ส่งสินค้า
ช่อง 2 ไม่ต้องเลือกนะคะ ช่องนี้ไว้สำหรับคนที่อยู่อเมริกาค่ะ
เบอร์ 2 เลือกประเทศไทย
เบอร์ 3 เลือกวิธีการส่งค่ะ จ๋าเลือก USPS First-Class Mail International ซึ่งราคาถูกที่สุดเปรียบเหมือนการส่งสินค้าแบบธรรมดาบ้านเราเลยค่ะ จากนั้นถ้าไม่ได้สั่งเพิ่มหรือเอาสินค้าตัวไหนออกก็
เบอร์ 4 checkout ได้เลยค่ะ
ถ้าใครมีคูปองส่วนลดก็กรอกได้ที่ช่อง Coupon or Gift Certificate 



จากนั้นก็เป็นเงื่อนไขการสั่งซื้อค่ะ (อันนี้ไม่ได้อ่าน แหะ ๆ ) ก็คลิ๊กที่ I Agree  





จากนั้นก็จะเป็นการกรอกที่อยู่สำหรัลส่งใบเสร็จ และที่อยู่สำหรับส่งสินค้า ค่ะ ถ้าที่อยู่เดียวกันก็ ติ๊กถูกที่ same as billing address ได้เลยค่ะ
จ๋าขอขยายความเรื่องที่อยู่ในการจัดส่ง สินค้านิดนึงนะคะ เพราะตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะกรอกยังงัยดี แต่คิดไปคิดมาคือถ้าอันไหนเราไม่มั่นใจให้เราทับศัพท์ไปเลยค่ะ เพราะฝรั่งเค้าก็คงไม่เข้าใจอยู่แล้วแต่ที่สำคัญที่สุด คือ คุณไปรษณีย์ต้องเข้าใจ จะได้มาส่งของให้เราถูก จ๋าก็จะใช้คำว่า Mooban...... และ Soi...... ตรง ๆ ไปเลยค่ะ (จริง ๆ ไม่รู้ว่าต้องใช้คำว่าอะไร 555) ส่วนคำว่าแขวงและเขต จ๋าก็ไม่ได้ใส่คำนั้นค่ะ จ๋าใส่ไปแค่ Jorrakaebua  Ladprao  แต่ถ้าเพื่อน ๆ ใส่คำว่าแขวงและเขตลงไปด้วยน่าจะละเอียดกว่าค่ะ 


หลังจากนั้นก็จะมีใบสรุปที่อยู่ที่ด้านบน ส่วนด้านล่างจะเป็นน้ำหนัก และค่าจัดส่งแต่ละแบบค่ะ Continue เลยค่า


ต่อมาจะเป็นสรุปราคารวม และช่องสำหรับกรอกบัตรเครดิตค่ะ (สำหรับเพื่อน ๆ ที่จ่ายผ่านบัตรเครดิตนะคะ)
Card Type เลือก Visa
Card  Number ก็กรอกเลขบัตรเครดิตของเราค่ะ
Card Check Code คือรหัส 3 ตัว บัตรของเราจะอยู่ด้านหลังข้าง ๆ ช่องลายเซ็นต์ค่ะ
Expires คือ เดือนและปี ที่หมดอายุของบัตรเราค่ะ
จากนั้นคลิ๊กที่ Complete Credit Card Order ก็เรียบร้อยค่ะ 





จากนั้นจะมีอีเมล์ตอบกลับมาจาก coastalscents ค่ะ ก็จะมีรายละเอียดว่าเราสั่งสินค้าอะไรไปบ้าง  อีเมล์นี้จะไม่ได้ทันทีหลังจากที่สั่งนะคะ จ๋าสั่งตอนบ่าย ๆ ของวันที่ 11 ก.ค. อีเมล์นี้มาตอนตี 5 ของเช้าวันที่ 12 ก.ค. ค่ะ (แต่ยอดเงินตัดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 11) 






เราสามารถเช็คสถานะของสินค้าได้ (ไม่ใช่สถานะพัสดุนะคะ) โดยเข้าไปที่ your account และเลือกที่ Order History ในรูปคือวันที่ 12 ก.ค. ค่ะ


จากนั้นวันที่ 13 ก.ค. ก็เปลี่ยนสถานะค่ะ พร้อมมีอีเมล์มาจาก coastalscents ว่าได้จัดส่งสินค้ามาแล้วพร้อมเลขพัสดุค่ะ


อันนี้อีเมล์ค่ะ 







  






แปรง Sigma เซ็ท & วิธีสั่งซื้อโดยตรงจากเวป

ดูรีวิวแปรงมาเยอะละ เห็นแล้วเกิดกิเลสจริงๆๆ อยากได้อ่าๆ ปกติก็ไม่ได้แต่งหน้าอะไรเยอะเท่าไหร แต่ตั้งแต่ไปคลุกอยู่ห้องแป้งสักพักประกอบกับดูโมเมพาเพลินเลยคิดว่าอยาก ซื้อซักเซ็ทหนึ่ง อยากลองแต่งตาแบบเต็มบ้าง เลยลอง sigma ก่อน เพราะ mac แพงไปสำหรับมือใหม่ เลยได้เซ็ทนี้มา จากเวป sigmabeauty เลย เคยดูรีิวิวเ็ซ็ทนี้ใน youtube โอ้ว สีหวานน่ารักมากเลย ถึงแม้จะเป็นเซ็ทพกพาแต่ก็โอเคเลย ไม่เล็กไปด้วย

นี่กล่องพัสดุ เค้าจะ claim มาว่าเป็น gift นะคะ และมูลค่าสินค้าก็จะน้อยกว่าราคาจริง ส่งมาถึงบ้านเลย ไม่ต้องเสียtax อะไร แต่บางคนก็โดนนะคะ ส่วนใหญ่ที่โดนจะสั่งเยอะ
อยากบอกว่าส่งมาเร็วมาก สั่งไป 14 เมษา 15 shipped 20 ได้ของแล้ว เร็วนะ


รูปรวมๆๆ สวยไหมจ๊ะ ใส่มาในถุงอย่างดี สองอันบนขวาสุดเนี่ยของแถมค่ะ ตอนได้ก็แปลกใจนะเพราะของแถมมันมีอันเดียว ที่เค้าลงไว้ในเวปอ่ะ แต่เราได้สองอัน ว้าวววว ใจดีจัง sigma ส่งมาเกินป่าวไม่รุ้ แต่ขอบใจจ้า อุอุ


รูปกระเป่า ที่ปิดเป็นแถบแม่เหล็กไม่ต้องกลัวแปรงร่วงหล่น


กางออกมา มีซิปไว้ใส่แปรงที่แถมมาได้ เด๋วน้อยใจ


สำหรับ ท่านที่อยากได้แปรง sigma เราว่าสั่งจากเวปโดยตรงเลยก็ดีนะ ไม่ยากเลย แต่ต้องมีเครดิตการ์ด หรือ paypal ถ้าใช้ paypal จะดีกว่านะอย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่าหล่ะ เพราะเราจะเคลมกับ paypal ได้ถ้าไม่ได้ของ เค้าจะชดใช้ให้เรา ดีกว่าไหมล่ะ 55 เราเลยจ่าย paypal ไป หรือบางคนถ้ากลัวโดน tax (ส่วนมากไม่โดนนะ) ก็อาจจะฝากบางเวปที่เค้ารับหิ้วก็ได้ จะเป็น พรีออเดอร์ หรือพร้อมส่งก็แ้ล้วแต่ เค้าก็บวกเพิ่มไป แต่เราว่าสั่งเองดีกว่า ง่ายดี ประหยัดตังค์ ชัวร์ว่าแท้

Smileyส่วนวิธีสั่ง เอาแบบง่ายๆ ตามนี้เลยSmiley

1. คลิกที่นี่เลยจ้า



2. ตอนนี้ก็อยู่หน้าเวป sigma ล่ะ เลือก product หรือพวก special deals หาแปรงที่อยากได้เลย เลือกของเสร็จก็คลิก checkout มันจะมาหน้า shopping cart หรือตะกร้าสินค้า

3. ส่วนวิธีส่ง แนะนำว่าเลือกแบบถูกสุด USPS First Class International เพราะว่าไม่เิกินอาทิตย์นึงก็ได้ของแล้ว นอกซะจากว่าจะโชคร้ายจริงๆ เห็นบางคนในห้องแป้งโดนอ่ะ สอง สามอาทิตย์แล้วยังไม่ได้ ตรวจดูยอดว่าถูกไหม

4. เค้าจะมีให้ใส่ coupon code อันนี้ก็หาจากอากู๋เอานะ พิมพ์ว่า sigma coupon code หรือใส่เดือนไปด้วย เช่น sigma coupon code may 2011 ไรประมาณนี้เพราะมันจะเปลี่ยนทุกเดือนอ่ะ ขยันหาหน่อยนะ จะได้ลด 10% เชียว ประหยัดค่าส่งได้นะจ๊ะ

5. เสร็จแล้วก็ checkout เค้าจะถามให้ลงทะเบียนสมาชิกก็กรอกๆข้อมูลไป แล้วก็ไปถึงขั้นตอนจ่ายเงิน ใครมี paypal ก็จ่ายไปนะจ๊ะ ปลอดภัยดี ตอนเราใช้มันจะขึ้นอัตราแลกเปลี่ยนบอกเลยว่าเรทที่คิดเท่าไหร ยอดเท่าไหร

ุ6. ทำรายการไปเรื่อยๆก็จะมีเลขออเดอร์ให้เรา ก็จดเอาไว้นะ แต่ยังไงเค้าจะมีเมลแจ้งเอาอีกที พอเค้าส่งของออกไปแล้วก็จะมีเมลแจ้งเราอีกที รอรับของสักอาทิตย์เดียวเอง แต่เราได้ก่อนนะ เผลอๆสั่งที่นี่ได้เร็วกว่ืาสั่งจากเวปไทยบางเวปอีก

หลัง จากได้แปรงมาเชยชม บ้าเห่อกับมันสักพักแล้วก็อย่าลืมทำความสะอาดมันล่ะ ใช้แชมพูสระผมเด็กอาบน้ำให้มัน ขนก็มีหลุดร่วงบ้างไม่มาก แต่ไ้อ้ตัวแปรงแป้งเนี่ยหลุดเยอะสุดล่ะ ตอนนี้เราใช้แค่แปรงปัดแก้มกะแปรงแป้งเอง จะพยายามหาโอกาสใช้ตัวอื่นด้วย โฮะ โฮะ โฮะ เอาล่ะหวังว่ารีวิวนี้คงมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยน้า ^^

Thursday, September 1, 2011

เพ้นท์เล็บพาเพลิน


เด็กดีดอทคอม :: เพ้นท์เล็บพาเพลิน

     วันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ บางทีไม่อยากออกไปไหน แต่จะให้อยู่บ้านเฉยๆ ก็เบื่อ ... เป็นสาวไฮเปอร์ก็แย่แบบนี้ล่ะค่ะ ต้องหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา หันซ้ายหันขวาไปเจอยาทาเล็บสีใหม่ที่ยังไม่ได้ลองใช้ (แต่ซื้อมาเก็บไว้เพียบเลย 55+) โอ๊ะโอ จะว่าไปก็ได้เวลาเปลี่ยนสีเล็บพอดี แบบนี้ทาเล็บใหม่ดีกว่า ><


เด็กดีดอทคอม :: เพ้นท์เล็บพาเพลิน       ว่าแล้วก็เตรียมอุปกรณ์กันเลย ...

ยาทาเล็บคัลเลอร์ฟูล
น้ำยาล้างเล็บ
สำลี และคัตตอลบัต
ที่ตะไบเล็บ
พูกันเบอร์ 0

     และเพื่อให้การทาเล็บไม่น่าเบื่อเกินไป พี่เหมี่ยวว่าเรามาหาลายเล็บง่ายๆ น่ารักๆ เพ้นท์กันดีกว่านะ

เด็กดีดอทคอม :: เพ้นท์เล็บพาเพลินเด็กดีดอทคอม :: เพ้นท์เล็บพาเพลิน

     เลือกลายตามที่ชอบได้แล้วก็เริ่มบรรเลงกันได้เลยจ้า ... ถ้าสาวๆ คนไหนกังวลว่าการเพ้นท์เล็บจะยากและวุ่นวายเกินความสามารถไป ก็ลองเลือกลายง่ายๆ อย่างพวกลายจุดหรือลายขวางก่อนก็ได้ค่ะ เน้นเล่นสีสันสดใสหน่อย จะได้ดูสะดุดตา เช่น เหลืองตัดชมพู เขียวตัดฟ้า แดงตัดดำ ฯ ช่วงแรกๆ อาจจะยังมือไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ไม่เป็นไรนะคะ ค่อยๆ หัดไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมือก็จะเริ่มนิ่งขึ้นค่ะ แต่ถ้ารู้สึกว่ายังไม่พร้อมกับการเพ้นท์ลายเราก็สามารถเล่นกันสีเล็บได้ด้วย การเล่นสีต่างๆ สลับกันก็ได้ค่ะ ช่วงนี้เทรนด์สีพาสเทลกำลังมาแรง ทางสีสลับกันก็เก๋ไปอีกแบบค่ะ หวานๆ เปรี้ยวๆ ดูไม่น่าเบื่อดี

เด็กดีดอทคอม :: เพ้นท์เล็บพาเพลิน

     แต่สำหรับสาวๆ ที่ชอบเปลี่ยนสีเล็บบ่อยๆ ก็ต้องเลือกยาทาเล็บและยาล้างเล็บที่มีคุณภาพหน่อยนะคะ เพราะถ้าหากซื้อแบบคุณภาพต่ำมาอาจจะมีผลต่อสุขภาพเล็บทำให้เล็บเหลืองและ เปราะง่ายค่ะ บางครั้งสารเคมีในยาล้างเล็บที่ขาดคุณภาพอาจส่งผลต่อจมูกเล็บ ทำให้จมูกเล็บอักเสบได้ค่ะ ต้องระวังให้ดีเลยทีเดียว

เด็กดีดอทคอม :: เพ้นท์เล็บพาเพลิน

     ทาเล็บเสร็จแล้วก็อย่าลืมตะไบเล็บเก็บไม่ให้เล็บคมด้วยนะคะ แล้วถ้ายาทาเล็บเลอะออกมาล่ะจะทำยังไง ... ไม่ยากค่ะ แค่ใช้สำลีพันปลายที่ตะไปเล็บแล้วนำไปชุบน้ำยาล้างเล็บ จากนั้นก็ค่อยๆ ตะไบเก็บรายละเอียดรอบๆ เล็บ แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ

เด็กดีดอทคอม :: เพ้นท์เล็บพาเพลิน

     ใครที่ทาหรือเพ้นท์เล็บเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ลองถ่ายรูปเอามาอวดเพื่อนๆ กันดีกว่าค่ะ มาดูซิว่าของใครจะสวยกว่ากัน ><

แต่งตัวให้เก๋กว่าใคร

เด็กดีดอทคอม :: กระโปรงยาว+รองเท้าผ้าใบ ใส่ยังไงให้ดูดี

     ... หลังจากที่ซีรี่ส์เรื่อง 'City Hunter' จบไป คอซีรี่ส์เกาหลีอย่างพี่เหมี่ยวก็ เริ่มรู้สึกว่าชีวิตชักจะขาดสีสัน (ซะงั้น!!!) เลยต้องหาซีรี่ส์เรื่องใหม่ดูแก้เซ็ง ซึ่งก็ได้คำแนะนำจากตัวแม่ด้านซีรี่ส์เกาหลีอย่างพี่นาโอกิ แห่ง คอลัมน์คูลไอเดียDek-D ว่าให้ลองดูซีรี่ส์เรื่อง 'Heartstrings' สิ ดูแล้วจะรู้สึกได้เลยว่าอินสุดๆ น่ะเป็นยังไง ...


     แหม ตัวแม่นแนะนำมาขนาดนี้ มีหรือพี่เหมี่ยวจะพลาด! ... ว่าแล้วก็จัดหนักดู 4 ตอนรวดภายในวันเดียว ดูไปก็อมยิ้มไป ดูไปก็เขินไป ("ยงฮวา" ลีดเดอร์ของ CN BLUE ในบท ลีชิน น่ารักมากๆ >''<) สนุกอย่างที่กูรูเขาสปอยล์มาจริงๆ ด้วยล่ะค่ะ แต่นอกเหนือจากความสนุกแล้ว พี่เหมี่ยวยังรู้สึกปิ๊งกับการแต่งตัวของ "ปาร์คชินเฮ" ซึ่งมารับบท ลีคยูวอน สาวน่ารักนักศึกษาภาควิชาดนตรีพื้นบ้าน นางเอกของเรื่องนี้เข้าอย่างจังเลยล่ะค่ะ

เด็กดีดอทคอม :: กระโปรงยาว+รองเท้าผ้าใบ ใส่ยังไงให้ดูดี

     ส่วนใหญ่แล้วเราจะได้เห็นนางเอกซีรี่ย์เกาหลีในลุคของสาวสวยหวาน หรือไม่ก็สวยเปรี้ยว ไปเลย แต่ สำหรับในเรื่องนี้นางเอกของเรามาในลุคที่แตกต่างออกไป ลีคยูวอน นางเอกของเรื่องใส่กระโปรงทรง Maxi Skirt กับรองเท้าผ้าใบเสียเป็นส่วนใหญ่ ... สาวๆ หลายคนอาจจะคิดนะคะว่า กระโปรงยาวกับรองเท้าผ้าใบมันจะไปเข้ากันได้ยังไง ไม่ใช่ปัญหาเลยค่ะ ถ้าเรารู้จักแมทช์เสื้อผ้าให้เป็น ...

เด็กดีดอทคอม :: กระโปรงยาว+รองเท้าผ้าใบ ใส่ยังไงให้ดูดี

     >>> แมทช์ Maxi Skirt ให้เข้ากับไอเทมแสนเรียบง่ายอย่างเสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ต ... ถ้าจะใส่เสื้อยืดก็ควรเลือกเสื้อยืดสีพื้นขนาดหลวมเล็กน้อย เพิ่มลูกเล่นด้วยเครื่องประดับเก๋ ๆ เช่น สร้อยคอเส้นโต กำไลชิ้นใหญ่ ๆ อาจเพิ่มเสื้อกั๊กหรือเข็มขัดเส้นเล็ก ๆ พันรอบเอวด้วยก็ได้ค่ะ

     >>> เสื้อคอวีสีขาวเรียบ ๆ ... ถ้าอยากเพิ่มความเท่ก็แค่พับแขนขึ้นเล็กน้อย ใส่ชายเสื้อเข้าในกระโปรง แล้วคาดเข็มขัดสีน้ำตาล เรียบหรูดูดีมีระดับเลยนะคะในลุคนี้

     >>> ใส่กับเสื้อกล้าม ... เซ็ก ซี่เล็กๆ เลยนะคะ เราสามารถเพิ่มความเปรี้ยวได้ด้วยการดึงขอบกระโปรงขึ้นสูงๆ ก็จะทำให้สาวๆ ดูขายาวขึ้นมาได้ค่ะ แล้วก็เพิ่มความโปรงด้วยการใส่รองเท้าส้นเตารีด เริ่ดที่สุด!!!

     >>> เลือกใส่รองเท้าผ้าใบให้เข้ากับ Maxi Skirt ... เหมาะมากๆ สำหรับสาวแนว สาวอินดี้ทั้งหลาย แค่ใส่ Maxi Skirt  กับเสื้อยืดและทับด้วยเสื้อกั๊ก (หรืออาจจะเสื้อยืดตัวเดียวแล้วพับแขนก็ได้นะคะ) แล้วก็แมทช์ให้เข้ากับรองเท้าผ้าใบสุดเท่ แค่นี้ก็เก๋ไม่ซ้ำใครแล้วล่ะค่ะ

เด็กดีดอทคอม :: กระโปรงยาว+รองเท้าผ้าใบ ใส่ยังไงให้ดูดี

     นอกจากนี้แล้ว Maxi Skirt Dress แบบเรียบๆ ก็ยังดูเข้ากันได้ดีกับรองเท้าผ้าใบอย่างไม่น่าเชื่อเลยด้วยนะคะ ถ้าใครเบื่อที่จะใส่ Maxi Skirt ก็ลองเปลี่ยนมาใส่ Maxi Skirt Dress แบบเรียบๆ ไม่กรุยกรายดูก็ได้ค่ะสวยเท่ไปอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน

     เป็นเทรนด์เกาหลีที่ดูเหมาะกับสาวไทยอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะคะ สาวที่บ่นว่าขาไม่สวยก็จะได้แฮปปี้กันเลยล่ะทีนี้ อ๊ะ อ๊ะ แต่มีสิ่งทีสาวๆ ต้องระวังนะคะ สาวที่สะโพกใหญ่ (มากๆ) หรือสาวที่มีรูปร่างอวบตัน ไม่ควรใส่กระโปรงทรง Maxi Skirt นะคะ เพราะนอกจากจะทำให้หุ่นดูตันไปยิ่งกว่าเดิมแล้ว ยังทำให้บุคลิกภาพของเราเสียด้วยล่ะค่ะ

     ปิดท้ายกันด้วยไอเดียในการมิกซ์แอนด์แมทช์ Maxi Skirt กับไอเทมต่างๆ กันดีกว่านะ

เด็กดีดอทคอม :: กระโปรงยาว+รองเท้าผ้าใบ ใส่ยังไงให้ดูดี
เด็กดีดอทคอม :: กระโปรงยาว+รองเท้าผ้าใบ ใส่ยังไงให้ดูดี
เด็กดีดอทคอม :: กระโปรงยาว+รองเท้าผ้าใบ ใส่ยังไงให้ดูดี
เด็กดีดอทคอม :: กระโปรงยาว+รองเท้าผ้าใบ ใส่ยังไงให้ดูดี
เด็กดีดอทคอม :: กระโปรงยาว+รองเท้าผ้าใบ ใส่ยังไงให้ดูดี
เด็กดีดอทคอม :: กระโปรงยาว+รองเท้าผ้าใบ ใส่ยังไงให้ดูดี

รวมรองพื้นฮิตๆของห้องแป้งที่ค้นหามาได้ พร้อมเปรียบเทียบราคา

บล็อกนี้ไม่ได้รีวิวนะคะ พอดีกำลังตัดสินใจซื้อรองพื้น เลยหาเก็บๆไว้เป็นตัวเลือก ข้อมูลที่ได้มาก็ไม่ได้ตรงซะทีเดียวเรื่องราคาในเวป เพราะเปิดหามั่วๆเอานะคะ

อ้อ ถ้าอันไหนข้อมูลเราไม่ตรงก็ท้วงได้นะคะ จะได้แก้ไข



Cle De Peau : Teint Natural Fluide Cream Foundation

เมาท์ : ตัวนี้แพงสุดๆ แต่ทุกคนก็คอนเฟิร์มว่าดีสุดๆ เหมือนผิวดีมาแต่กำเนิดเชียวนะ สนนราคาที่เคาท์เตอร์ 4900 บาท แต่ เท่าที่ไปถามราคาร้านที่ขาย tester ราคา 3700 บาทค่ะ (ตาเหลือก แต่ก็ต้องทำหน้าเชิดนิดๆพอเป็นพิธี) ก็ยังแพงอยู่ดี แต่ก็แอบอยากได้เนอะ ชั้นอยากดูดีแต่กำเนิ๊ดดด




Chanel : Vitalumiere Aqua

เมาท์ : US ราคา 45 $ ตกประมาณ 1400 บาท (ถ้าคิดเรท 31 นะจ๊ะ) ราคาเคาท์เตอร์ 1900 บาท ราคาในเวปที่หาได้ 1300 บาทค่ะ อันนี้โมเมบอกว่าข้อคือตกไม่แตก <<ฮา>>>





Estee Lauder : Double Wear Light Stay-in-Place

เมาท์ : US ราคา 35 $ ตกประมาณ 1085 บาท (ถ้าคิดเรท 31 นะจ๊ะ) ราคาเคาท์เตอร์ 1500 บาท เท่ากับ double wear ธรรมดาเลย ราคาในเวปคร่าวๆ 900 บาทค่ะ เค้าว่าดีนะคะอันนี้ ถึงจะ Light แต่ก็ปกปิดได้พอประมาณเลยทีเดียว






Lancome : Teint Miracle Naturalize Creator Base Skin

เมาท์ : เพื่อนเพิ่งไปซื้อมาที่เมกา ราคา 37 $ ตกประมาณ 1150 บาท (ถ้าคิดเรท 31 นะจ๊ะ) ที่เคาท์เตอร์ 1700 บาทค่ะ ถ้าเป็นในเวปหรือ Duty free น่าจะอยู่ประมาณ 12xx บาท อันนี้ไปซื้อเทสเตอร์มาลอง คนขายบอกเอาอันนี้สิน้อง ฮิตนะ เด็กๆชอบมาซื้อไปใช้ (ที่ตกลงเอาก็เพราะเค้าบอกว่าเด็กสาวๆชอบกันมากนั่นแหละ เผื่อเราจะได้ดูเด็กลงบ้าง) ใช้แล้วก็โอนะ หน้าสว่าง แต่ไม่ขาววอก เนื้อบางเบา ราวกับไม่แต่งอะไรเลย (ถ้าไม่มีหลุมอุกาบาดตรงจมูกเรานะ) เพื่อนเราที่เมกาก็ชอบ ใช้ดีหน้าเด้งทั้งวัน แต่เค้าว่าอันนี้มันไม่กันน้ำ แถมมีแอลกอฮอล์อีกต่างหาก ไม่รู้จริงเป่า



เพื่อนเราได้ของแถมเพียบเลยละตัว เอาของแถมมาให้ดู ให้คนไทยซื้อแพง แล้วไม่ได้ของแถม อิจฉาเล่นๆ คริคริ



เลือก ได้ 7 ชิ้นจากในแคตาล็อก เพื่อนเลยเอาลิป ลิปกรอส cleanser แปรงทารองพื้น อายแชร์โดว์ makeup removal แถมยังได้กระเป๋าใส่เครื่องสำอางค์มาด้วย ไง ... ก็อิจฉาละสิเธอว์




Impress : Liquid Foundation

เมาท์ : แพงค่อดๆเหมือนกันเลยอ่ะค่ะ ที่เคาท์เตอร์รู้สึกจะ 4400 บาท ในเน็ต ประมาณ 3000 บาท มันจะดีขนาดไหนกันเชียว เชอะ แต่ว่างๆจะไปหาเทสเตอร์มาลอง





Sisley : Phyto-Teint Eclat

เมาท์ : ราคาที่เคาท์เตอร์ 3800 บาท หาในเน็ตได้ 2850 บาทค่ะ เค้าว่าดีกัน เราไปซื้อเทสเตอร์มาใช้แล้ว ขนาดเทสเตอร์แผ่นบางๆยังตั้งสองร้อยกว่าบาท แต่ใช้แล้วดีจริงๆรจริง เกลี่ยง่าย หน้าไม่ขาวเวอร์ วันนี้ไม่ได้ทาไพร์มเมอร์มา (ตอนเช้าต้องรีบเข้าประชุม) หน้าก็ยังไม่ค่อยเห็นรูขุมขนเลยอ่ะ





Lunasol : Water Gel Foundation

เมาท์ : ราคาเคาท์เตอร์ 1600 บาท แถมฟองน้ำ ราคาในเนต 1200บาท อันนี้เราได้เทสเตอร์มาจากเคาท์เตอร์เพราะไปซื้อของเค้า ใช้ได้ทีเดียว หน้าไม่มันระหว่างวัน ไม่โบ๊ะ ตอนนี้เทสเตอร์หมดแล้ว จะไปสอยมาดีหรือเปล่าหว่า




NARS : Sheer Glow

เมาท์ : เมกา 42 $ ตกประมาณ 1300 บาท (ถ้าคิดเรท 31 นะจ๊ะ) ราคาที่เคาท์เตอร์อยู่ประมาณ 1600 บาท ไม่รวมหัวปั๊ม (250 บาท) ไปลองที่เคาท์เตอร์มาแล้ว ครึ่งหน้าซ้ายใช้ FIji ครึ่งหน้าขวาใช้ Punjab ตาเราเห็นไม่แตกต่างอ่า แต่ว่าคงจะซื้อ Punjab เพราะไม่ชอบให้หน้าขาวเด้งๆๆๆๆ เกิน แต่ช้าก่อน เคาท์เตอร์ที่เมืองไทย Sheer Glow หมดนะคะ โมเม มารับผิดชอบด่วนนนนน





Makeup Forever : HD Invisible Cover Foundation

เมาท์ : ราคาที่เมกา 42 $ ตกประมาณ 1260 บาท (ถ้าคิดเรท 31 นะจ๊ะ) ราคาที่เคาท์เตอร์ 2350 บาท ราคาในเน็ต 1720 บาท อ่านรีวิวแล้วก็อยากใช้ซะเหลือเกินตัวนี้ วันที่เดินไปดูที่ร้านขายเทสเตอร์ เห็นอยู่อันนึงดันงก ไม่สอยมา เป็นไงล่ะ อยากได้จนตัวสั่น ไปอีกรอบ หมดไปแล้ว ไปอีกสองรอบ ก็ไม่มี แง๊ แง๊






Revlon : Photo Ready

เมาท์ : เมการาคาประมาณ 12$ หรือ 375 บาท (ถ้าคิดเรท 31 นะจ๊ะ) ตามร้าน 550 บาท ถ้าในเน็ตที่หาได้ 480 บาท ตัวนนี้เห้นฮิตๆที่ห้องแป้ง ไปดูที่เคาท์เตอร์ มันดันมีชิมเมอร์ชัดเจนมาก เลยตัดสินใจไม่เอา ไม่ว่ามันจะช่วยกระจายแสงก็เหอะ ใครจะมารับประกันถ้าชิมเมอร์ของหร่อนตกหลุมอุกาบาตที่หน้าเรา แล้วน้องสิวโผล่มา....ม่ายยยนะ...อีกตัวนึงฝาดำอ่ะ มันก็ปกปิดหนาไปหน่อย ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่จะทำให้ดูสวยมาแต่กำเนิด สวยแบบไม่ตั้งใจอ่ะ